#MainStand : Ving Thailand : แบรนด์ไทยที่อยากเปลี่ยนความเชื่อว่า "ใส่รองเท้าแตะก็จบมาราธอนได้"
ขึ้นชื่อว่าเป็น "รองเท้าแตะ" หลายคนคงนึกถึงความสะดวกสบาย เบา สวมใส่ง่าย แม้ยูทูบเบอร์บางคนจะตั้งข้อสงสัยว่ามันใส่สบายจริงเหรอ ?
ส่วนคำว่า "วิ่งมาราธอน" แค่ได้ยินก็ชื่อ ก็สัมผัสได้ทันทีถึงพลังงานความยาก ซีเรียสจริงจัง ดังนั้น "รองเท้าแตะกับการวิ่งมาราธอน" จึงเป็นอะไรที่ไม่น่าเข้ากันได้
แต่นั่นไม่ใช่กับ “วาที วิเชียรนิตย์" โปรแกรมเมอร์หนุ่มผู้ไม่เคยลงทุนทำธุรกิจมาก่อนในชีวิต
เขาตัดสินใจทำแบรนด์รองเท้าแตะเพื่อวิ่งมาราธอน ในชื่อ "Ving Thailand" (ออกเสียงว่า วี-อิ้ง) เพราะบังเอิญมีเหตุการณ์ที่ต้องเปลี่ยนมาใช้รองเท้าแตะกะทันหัน ระหว่างวิ่งฟูล มาราธอน แล้วเกิดความประทับใจขึ้นมา
เขาจึงมาศึกษาและเดินหน้าผุดแบรนด์ “รองเท้าแตะสำหรับการวิ่งมาราธอน” ของตัวเอง ด้วยความตั้งใจที่อยากเปลี่ยนความเชื่อ และสร้างการรับรู้ให้คนไทยได้เห็นว่า "รองเท้าแตะ" มีประโยชน์มากกว่าที่คิด รวมถึงการวิ่งมาราธอนไม่จำเป็นต้องลงทุนซื้อรองเท้าวิ่งแพง ๆ เสมอไป เพราะคุณเองก็สามารถสนุก สบาย ไปกับการพิชิตจุดหมายระยะไกล ได้ด้วยรองเท้าแตะฝีมือคนไทย
[เหตุบังเอิญ]
Ving Thailand แบรนด์รองเท้าสตาร์ทอัพสัญชาติไทย ก่อตั้งขึ้นเมื่อช่วงปลายปี 2019 โดย วาที วิเชียรนิตย์ ผู้มีอาชีพหลักเป็นโปรแกรมเมอร์ ที่สนใจการวิ่งออกกำลังกายมาได้สักประมาณ 3 ปี
ยามว่าง วาที มักพาตัวเองไปลงงานวิ่งอยู่เสมอ กระทั่งมาเจอจุดเปลี่ยนชีวิตระหว่างเข้าร่วมรายการ "บุรีรัมย์ มาราธอน" ช่วงเดือนกุมภาพันธ์ ปี 2019
เขาได้รับบาดเจ็บจากรองเท้าผ้าใบคู่แพง จนต้องตัดสินใจถอดอุปกรณ์คู่ใจ ใส่ถุงเท้าย่ำเท้าเปล่าลงบนพื้นถนน เพื่อไปให้จุดหมาย
"ก่อนหน้านั้นผมไม่เคยมีรู้มาก่อนว่า รองเท้าแตะมันสามารถใส่วิ่งมาราธอนได้ อาจจะเห็นคนใส่วิ่งรองเท้าแตะวิ่งตามงานมาบ้าง แต่ก็ไม่ได้คิดอะไร" วาที เจ้าของแบรนด์ Ving Thailand กล่าวเริ่มกับ Main Stand
"ตลอด 2-3 ปีที่วิ่งมา ผมเริ่มต้นซื้อรองเท้าวิ่งจากคู่แรกเซลส์ลดราคาเหลือ 1,000 กว่าพันบาท สุดท้ายมาจบคู่ที่ละ 7,000 กว่าบาท แต่คู่ที่แพงสุดมันทำให้วิ่งฟูลมาราธอนไปได้แค่ครึ่งทางเท่านั้น เพราะรองเท้ามันค่อนข้างบีบเท้าผม เจ็บปวดระบมไปหมด นิ้วเท้าห้อเลือดและแตก ไม่สามารถสวมใส่วิ่งต่อไปได้"
"ผมไม่เคยวิ่งเท้าเปล่ามาก่อน ตอนนั้นผมจำเป็นต้องถอดรองเท้าวิ่ง เหลือแค่ถุงเท้าอย่างเดียว ก็วิ่งไปได้สักระยะ มาผ่านร้านสะดวกซื้อ ผมจึงเข้าไปซื้อรองเท้าแตะมาใส่วิ่งต่อจนจบฟูล มาราธอน ได้สำเร็จ"
ทุกย่างก้าวที่ไปข้างหน้าพร้อมรองเท้าแตะ ทำให้ วาที ค้นพบประสบการณ์แปลกใหม่แบบที่ตัวเองไม่เคยหาได้จากแบรนด์รองเท้าผ้าใบต่างประเทศ เพราะรองเท้าแตะช่วยให้เขาวิ่งได้สบาย ไม่เจ็บเท้า ซึ่งตอบโจทย์สไตล์การวิ่งของ วาที ที่เน้นความสนุกเป็นหลัก มากกว่าวิ่งเอาความเร็ว และเขาคิดว่าคนที่คิดแบบเขา มีสัดส่วนไม่น้อยในเมืองไทย
หลังจบ บุรีรัมย์ มาราธอน 2019 "วาที วิเชียรนิตย์" จึงเริ่มหันมาศึกษาและสนใจการใช้ รองเท้าแตะวิ่งมาราธอน ก่อนพบว่าในต่างประเทศ มีหลายยี่ห้อผลิตสินค้าลักษณะนี้ ออกมาสู่ท้องตลาด
ส่วนในเมืองไทย มีดีลเลอร์บางรายนำเข้ารองเท้าแตะมาราธอนเข้ามาขายบ้าง แต่สัดส่วนไม่มากนัก เนื่องจากตลาดผู้ซื้อยังแคบ มีคนใช้บอกต่อกันปากต่อปาก ไม่ได้มีแบรนด์ไหนลงมาทำการตลาดอย่างจริงจัง นั่นจึงเป็นโอกาสที่ "วาที" มองเห็น
เขาเชื่อว่า นักวิ่งไทยจำนวนมาก ล้วนเคยประสบปัญหารองเท้าผ้าใบแบรนด์ดังเมืองนอก ออกแบบมาไม่เหมาะกับสรีระเท้าคนบ้านเราสักเท่าไหร่ ใส่แล้วเกิดอาการบีบรัด บาดเจ็บได้ง่าย…
วาที ตั้งคำถามกับตัวเองว่าจะดีแค่ไหน หากมีแบรนด์ไทยที่เข้าใจปัญหา สามารถปรับรูปทรงให้เข้ากับเท้าคนไทย เป็นรองเท้าแตะที่มีประสิทธิภาพสูง เกาะพื้นดี นุ่มสบาย ในราคาที่จับต้องได้ แถมการันตีว่าจะช่วยให้คุณวิ่งจบมาราธอนได้ด้วย
[ไม่มีทุน แต่มีไฟ]
หลังจากลองวิ่งด้วยรองเท้าแตะครั้งแรกโดยบังเอิญ "วาที วิเชียรนิตย์" ใช้เวลา 7 เดือนศึกษาพัฒนา และออกแบบ จนได้รองเท้าอย่างที่ตัวเองต้องการ เขาเสาะหาโรงงานที่พร้อมรับผลิตให้
แต่ติดขัดแค่เรื่องเดียว…
คือ เงินทุนที่ต้องใช้นับล้านบาท เพื่อคลอดสินค้าล็อตแรก เพราะต้องไม่ลืมว่า วาที เป็นเพียงแค่มนุษย์เงินเดือนคนหนึ่งที่มีภาระหนี้สิน เช่น บ้าน ครั้นจะไปขอกู้ธนาคารอีกคงยากที่จะได้รับการอนุมัติ เขาจึงคิดหาหนทางข้ามกำแพงปัญหาใหญ่นี้
"ผมตัดสินใจจัดงานวิ่งรองเท้าแตะขึ้นเป็นครั้งแรกของโลกแบบ Virtual Run โดยผู้สมัครจะได้เสื้อ และรองเท้ารุ่นแรกของ Ving Thailand ไปใช้งาน ส่วนผมก็ได้เงินระดมทุนจากค่าสมัครไปจ่ายค่าผลิต เพื่อปล่อยสินค้าล็อตแรก 4,000 คู่ออกมา"
"Virtual Run ครั้งนั้น ผมได้รับการตอบรับจากผู้สมัครเกือบพันคน ซึ่งผมคิดว่างานนั้น เป็นทั้งการระดุมทุนและเปิดตัวแบรนด์ให้นักวิ่งชาวไทยได้รู้จัก ผมมีความเชื่อว่าคนที่ได้ของไป เขาก็ต้องพบเจอกับประสบการณ์แปลกใหม่ในการใส่รองเท้าแตะวิ่ง และมีโอกาสที่จะกลายมาเป็น Reviewer คอยบอกต่อสินค้าของผม"
กลยุทธ์ระดมทุนของคนที่ไม่ได้มีเงินถุงเงินถังนักในวันที่เริ่มต้นธุรกิจรองเท้าแตะ Ving Thailand ก็เป็นแนวทางที่น่าสนใจ และน่าชื่นชม เพราะรองเท้าแตะ Ving Thailand รุ่นแรกถูกปล่อยออกมาถึงมือกลุ่มเป้าหมาย ที่เป็นนักวิ่งจริง ๆ นั่น จึงทำให้ วาที ได้รับฟีดแบ็กและรู้ปัญหาว่ามีส่วนไหนต้องปรับปรุงแก้ไขพัฒนาสินค้าให้ดียิ่งขึ้น
และที่สำคัญมันช่วยให้เขาก้าวข้ามกำแพง เพื่อมุ่งหน้าสู่การสร้างแบรนด์ได้อย่างเต็มตัว
[แตะขอบฟ้า]
"เป้าหมายของเราไม่ใช่การมาแทนที่รองเท้าผ้าใบ แต่ Ving Thailand ต้องการเป็น รองเท้าเพื่อสุขภาพที่ทุกคนควรต้องมีติดไว้ ทั้งสำหรับคนที่วิ่งอย่างจริงจัง หรือคนที่อยากวิ่งสนุก ๆ โดยที่ไม่ต้องการบาดเจ็บ"
"เพราะการใช้รองเท้าผ้าใบทั้งตอนวิ่งและซ้อม บางครั้งก็มันส่งผลเสีย เนื่องจากรองเท้าผ้าใบส่วนมาก มักถูกออกแบบมาบังคับให้เราใช้กล้ามเนื้อเท้ามัดเดิมซ้ำ ๆ แต่รองเท้าแตะหลักการของมัน ถูกดีไซน์มาให้เราสามารถใช้กล้ามเนื้อได้ทุกส่วน คล้ายกับการวิ่งเท้าเปล่า ที่ช่วยให้กล้ามเนื้อเท้าแข็งแรงมากกว่าใส่รองเท้าผ้าใบ"
วาที วิเชียรนิตย์ มีความเชื่อว่าในอนาคต Ving Thailand สามารถเติบโตทั้งในเมืองไทย และต่างประเทศได้
แม้ในบ้านเราคนทั่วไปอาจยังไม่เชื่อว่า "รองเท้าแตะ" แบรนด์ไทยจะมีศักยภาพสูง ถึงขั้นที่พัฒนาจนกลายเป็นรองเท้าที่พานักวิ่งเข้าสู่เส้นชัยมาราธอนได้ รวมถึงในหมู่นักวิ่งด้วยกันเอง บางคนยังมีมุมมองต่อคนที่ใส่รองเท้าแตะวิ่งว่า “ดูไม่มืออาชีพ” หรือ “ดูไม่จริงจังกับการวิ่ง” นัก
Ving Thailand จึงมีความตั้งใจที่พัฒนาเทคโนโลยีรองเท้าแตะให้ดียิ่งขึ้นไปอีก โดยใช้วัตถุแบบเดียวกับรองเท้าผ้าใบราคาแพง
โดยในอนาคตจะมีการเปิดตัว รองเท้าแตะที่ใช้คาร์บอนไฟเบอร์ เป็นเจ้าแรกของโลก เพื่อรองรับตลาดนักวิ่งมาราธอน และวิ่งเทรล ที่จำเป็นต้องใช้รองเท้าคุณภาพดีเพื่อพิชิตเป้าหมาย
ควบคู่กับการประชาสัมพันธ์ โปรโมต จากเหล่านักวิ่งที่เขาสนับสนุน เพื่อเปลี่ยนภาพจำ และสร้างการรับรู้ใหม่ของคนไทยที่มีต่อรองเท้าแตะ โดยใช้สีสันที่โดนใจกลุ่มลูกค้าคนในประเทศ แค่เห็นก็รู้แล้วว่าเป็นของ Ving เป็นจุดขาย
"เราน่าจะเป็นแบรนด์รองเท้าแตะเจ้าแรกของโลก ที่มีทีมวิ่งเป็นของตัวเอง ซึ่งเรามีนักวิ่งอีลิทบางคน ที่ใช้รองเท้าแตะของเราไปล่าถ้วยในรายการต่าง ๆ มาได้ แสดงให้เห็นว่า รองเท้าฝีมือคนไทย โรงงานไทย ก็มีดีไม่แพ้ใคร"
"แต่หลัก ๆ คือเราอยากให้ Ving Thailand เป็นรองเท้าที่คนไทยใส่แล้ว เปลี่ยนมุมมองการออกกำลังกายให้ สนุก และสบาย ไม่จำเป็นต้องเสียเงินทองเยอะ หรือทนกับการบาดเจ็บเสมอ เพราะถ้าเราสนุก เราก็จะทำมันออกได้ดี" วาที กล่าวทิ้งท้าย
สัมภาษณ์ / เรียบเรียงโดย : อลงกต เดือนคล้อย (alongwrite)
ภาพประกอบ : ภราดร ภราดร
#StandForAll #Running #Marathon #รองเท้าแตะ #วิ่ง Ving Thailand : Marathon Sandal - รองเท้าแตะวิ่งมาราธอน
ขึ้นชื่อว่าเป็น "รองเท้าแตะ" หลายคนคงนึกถึงความสะดวกสบาย เบา สวมใส่ง่าย แม้ยูทูบเบอร์บางคนจะตั้งข้อสงสัยว่ามันใส่สบายจริงเหรอ ?
ส่วนคำว่า "วิ่งมาราธอน" แค่ได้ยินก็ชื่อ ก็สัมผัสได้ทันทีถึงพลังงานความยาก ซีเรียสจริงจัง ดังนั้น "รองเท้าแตะกับการวิ่งมาราธอน" จึงเป็นอะไรที่ไม่น่าเข้ากันได้
แต่นั่นไม่ใช่กับ “วาที วิเชียรนิตย์" โปรแกรมเมอร์หนุ่มผู้ไม่เคยลงทุนทำธุรกิจมาก่อนในชีวิต
เขาตัดสินใจทำแบรนด์รองเท้าแตะเพื่อวิ่งมาราธอน ในชื่อ "Ving Thailand" (ออกเสียงว่า วี-อิ้ง) เพราะบังเอิญมีเหตุการณ์ที่ต้องเปลี่ยนมาใช้รองเท้าแตะกะทันหัน ระหว่างวิ่งฟูล มาราธอน แล้วเกิดความประทับใจขึ้นมา
เขาจึงมาศึกษาและเดินหน้าผุดแบรนด์ “รองเท้าแตะสำหรับการวิ่งมาราธอน” ของตัวเอง ด้วยความตั้งใจที่อยากเปลี่ยนความเชื่อ และสร้างการรับรู้ให้คนไทยได้เห็นว่า "รองเท้าแตะ" มีประโยชน์มากกว่าที่คิด รวมถึงการวิ่งมาราธอนไม่จำเป็นต้องลงทุนซื้อรองเท้าวิ่งแพง ๆ เสมอไป เพราะคุณเองก็สามารถสนุก สบาย ไปกับการพิชิตจุดหมายระยะไกล ได้ด้วยรองเท้าแตะฝีมือคนไทย
[เหตุบังเอิญ]
Ving Thailand แบรนด์รองเท้าสตาร์ทอัพสัญชาติไทย ก่อตั้งขึ้นเมื่อช่วงปลายปี 2019 โดย วาที วิเชียรนิตย์ ผู้มีอาชีพหลักเป็นโปรแกรมเมอร์ ที่สนใจการวิ่งออกกำลังกายมาได้สักประมาณ 3 ปี
ยามว่าง วาที มักพาตัวเองไปลงงานวิ่งอยู่เสมอ กระทั่งมาเจอจุดเปลี่ยนชีวิตระหว่างเข้าร่วมรายการ "บุรีรัมย์ มาราธอน" ช่วงเดือนกุมภาพันธ์ ปี 2019
เขาได้รับบาดเจ็บจากรองเท้าผ้าใบคู่แพง จนต้องตัดสินใจถอดอุปกรณ์คู่ใจ ใส่ถุงเท้าย่ำเท้าเปล่าลงบนพื้นถนน เพื่อไปให้จุดหมาย
"ก่อนหน้านั้นผมไม่เคยมีรู้มาก่อนว่า รองเท้าแตะมันสามารถใส่วิ่งมาราธอนได้ อาจจะเห็นคนใส่วิ่งรองเท้าแตะวิ่งตามงานมาบ้าง แต่ก็ไม่ได้คิดอะไร" วาที เจ้าของแบรนด์ Ving Thailand กล่าวเริ่มกับ Main Stand
"ตลอด 2-3 ปีที่วิ่งมา ผมเริ่มต้นซื้อรองเท้าวิ่งจากคู่แรกเซลส์ลดราคาเหลือ 1,000 กว่าพันบาท สุดท้ายมาจบคู่ที่ละ 7,000 กว่าบาท แต่คู่ที่แพงสุดมันทำให้วิ่งฟูลมาราธอนไปได้แค่ครึ่งทางเท่านั้น เพราะรองเท้ามันค่อนข้างบีบเท้าผม เจ็บปวดระบมไปหมด นิ้วเท้าห้อเลือดและแตก ไม่สามารถสวมใส่วิ่งต่อไปได้"
"ผมไม่เคยวิ่งเท้าเปล่ามาก่อน ตอนนั้นผมจำเป็นต้องถอดรองเท้าวิ่ง เหลือแค่ถุงเท้าอย่างเดียว ก็วิ่งไปได้สักระยะ มาผ่านร้านสะดวกซื้อ ผมจึงเข้าไปซื้อรองเท้าแตะมาใส่วิ่งต่อจนจบฟูล มาราธอน ได้สำเร็จ"
ทุกย่างก้าวที่ไปข้างหน้าพร้อมรองเท้าแตะ ทำให้ วาที ค้นพบประสบการณ์แปลกใหม่แบบที่ตัวเองไม่เคยหาได้จากแบรนด์รองเท้าผ้าใบต่างประเทศ เพราะรองเท้าแตะช่วยให้เขาวิ่งได้สบาย ไม่เจ็บเท้า ซึ่งตอบโจทย์สไตล์การวิ่งของ วาที ที่เน้นความสนุกเป็นหลัก มากกว่าวิ่งเอาความเร็ว และเขาคิดว่าคนที่คิดแบบเขา มีสัดส่วนไม่น้อยในเมืองไทย
หลังจบ บุรีรัมย์ มาราธอน 2019 "วาที วิเชียรนิตย์" จึงเริ่มหันมาศึกษาและสนใจการใช้ รองเท้าแตะวิ่งมาราธอน ก่อนพบว่าในต่างประเทศ มีหลายยี่ห้อผลิตสินค้าลักษณะนี้ ออกมาสู่ท้องตลาด
ส่วนในเมืองไทย มีดีลเลอร์บางรายนำเข้ารองเท้าแตะมาราธอนเข้ามาขายบ้าง แต่สัดส่วนไม่มากนัก เนื่องจากตลาดผู้ซื้อยังแคบ มีคนใช้บอกต่อกันปากต่อปาก ไม่ได้มีแบรนด์ไหนลงมาทำการตลาดอย่างจริงจัง นั่นจึงเป็นโอกาสที่ "วาที" มองเห็น
เขาเชื่อว่า นักวิ่งไทยจำนวนมาก ล้วนเคยประสบปัญหารองเท้าผ้าใบแบรนด์ดังเมืองนอก ออกแบบมาไม่เหมาะกับสรีระเท้าคนบ้านเราสักเท่าไหร่ ใส่แล้วเกิดอาการบีบรัด บาดเจ็บได้ง่าย…
วาที ตั้งคำถามกับตัวเองว่าจะดีแค่ไหน หากมีแบรนด์ไทยที่เข้าใจปัญหา สามารถปรับรูปทรงให้เข้ากับเท้าคนไทย เป็นรองเท้าแตะที่มีประสิทธิภาพสูง เกาะพื้นดี นุ่มสบาย ในราคาที่จับต้องได้ แถมการันตีว่าจะช่วยให้คุณวิ่งจบมาราธอนได้ด้วย
[ไม่มีทุน แต่มีไฟ]
หลังจากลองวิ่งด้วยรองเท้าแตะครั้งแรกโดยบังเอิญ "วาที วิเชียรนิตย์" ใช้เวลา 7 เดือนศึกษาพัฒนา และออกแบบ จนได้รองเท้าอย่างที่ตัวเองต้องการ เขาเสาะหาโรงงานที่พร้อมรับผลิตให้
แต่ติดขัดแค่เรื่องเดียว…
คือ เงินทุนที่ต้องใช้นับล้านบาท เพื่อคลอดสินค้าล็อตแรก เพราะต้องไม่ลืมว่า วาที เป็นเพียงแค่มนุษย์เงินเดือนคนหนึ่งที่มีภาระหนี้สิน เช่น บ้าน ครั้นจะไปขอกู้ธนาคารอีกคงยากที่จะได้รับการอนุมัติ เขาจึงคิดหาหนทางข้ามกำแพงปัญหาใหญ่นี้
"ผมตัดสินใจจัดงานวิ่งรองเท้าแตะขึ้นเป็นครั้งแรกของโลกแบบ Virtual Run โดยผู้สมัครจะได้เสื้อ และรองเท้ารุ่นแรกของ Ving Thailand ไปใช้งาน ส่วนผมก็ได้เงินระดมทุนจากค่าสมัครไปจ่ายค่าผลิต เพื่อปล่อยสินค้าล็อตแรก 4,000 คู่ออกมา"
"Virtual Run ครั้งนั้น ผมได้รับการตอบรับจากผู้สมัครเกือบพันคน ซึ่งผมคิดว่างานนั้น เป็นทั้งการระดุมทุนและเปิดตัวแบรนด์ให้นักวิ่งชาวไทยได้รู้จัก ผมมีความเชื่อว่าคนที่ได้ของไป เขาก็ต้องพบเจอกับประสบการณ์แปลกใหม่ในการใส่รองเท้าแตะวิ่ง และมีโอกาสที่จะกลายมาเป็น Reviewer คอยบอกต่อสินค้าของผม"
กลยุทธ์ระดมทุนของคนที่ไม่ได้มีเงินถุงเงินถังนักในวันที่เริ่มต้นธุรกิจรองเท้าแตะ Ving Thailand ก็เป็นแนวทางที่น่าสนใจ และน่าชื่นชม เพราะรองเท้าแตะ Ving Thailand รุ่นแรกถูกปล่อยออกมาถึงมือกลุ่มเป้าหมาย ที่เป็นนักวิ่งจริง ๆ นั่น จึงทำให้ วาที ได้รับฟีดแบ็กและรู้ปัญหาว่ามีส่วนไหนต้องปรับปรุงแก้ไขพัฒนาสินค้าให้ดียิ่งขึ้น
และที่สำคัญมันช่วยให้เขาก้าวข้ามกำแพง เพื่อมุ่งหน้าสู่การสร้างแบรนด์ได้อย่างเต็มตัว
[แตะขอบฟ้า]
"เป้าหมายของเราไม่ใช่การมาแทนที่รองเท้าผ้าใบ แต่ Ving Thailand ต้องการเป็น รองเท้าเพื่อสุขภาพที่ทุกคนควรต้องมีติดไว้ ทั้งสำหรับคนที่วิ่งอย่างจริงจัง หรือคนที่อยากวิ่งสนุก ๆ โดยที่ไม่ต้องการบาดเจ็บ"
"เพราะการใช้รองเท้าผ้าใบทั้งตอนวิ่งและซ้อม บางครั้งก็มันส่งผลเสีย เนื่องจากรองเท้าผ้าใบส่วนมาก มักถูกออกแบบมาบังคับให้เราใช้กล้ามเนื้อเท้ามัดเดิมซ้ำ ๆ แต่รองเท้าแตะหลักการของมัน ถูกดีไซน์มาให้เราสามารถใช้กล้ามเนื้อได้ทุกส่วน คล้ายกับการวิ่งเท้าเปล่า ที่ช่วยให้กล้ามเนื้อเท้าแข็งแรงมากกว่าใส่รองเท้าผ้าใบ"
วาที วิเชียรนิตย์ มีความเชื่อว่าในอนาคต Ving Thailand สามารถเติบโตทั้งในเมืองไทย และต่างประเทศได้
แม้ในบ้านเราคนทั่วไปอาจยังไม่เชื่อว่า "รองเท้าแตะ" แบรนด์ไทยจะมีศักยภาพสูง ถึงขั้นที่พัฒนาจนกลายเป็นรองเท้าที่พานักวิ่งเข้าสู่เส้นชัยมาราธอนได้ รวมถึงในหมู่นักวิ่งด้วยกันเอง บางคนยังมีมุมมองต่อคนที่ใส่รองเท้าแตะวิ่งว่า “ดูไม่มืออาชีพ” หรือ “ดูไม่จริงจังกับการวิ่ง” นัก
Ving Thailand จึงมีความตั้งใจที่พัฒนาเทคโนโลยีรองเท้าแตะให้ดียิ่งขึ้นไปอีก โดยใช้วัตถุแบบเดียวกับรองเท้าผ้าใบราคาแพง
โดยในอนาคตจะมีการเปิดตัว รองเท้าแตะที่ใช้คาร์บอนไฟเบอร์ เป็นเจ้าแรกของโลก เพื่อรองรับตลาดนักวิ่งมาราธอน และวิ่งเทรล ที่จำเป็นต้องใช้รองเท้าคุณภาพดีเพื่อพิชิตเป้าหมาย
ควบคู่กับการประชาสัมพันธ์ โปรโมต จากเหล่านักวิ่งที่เขาสนับสนุน เพื่อเปลี่ยนภาพจำ และสร้างการรับรู้ใหม่ของคนไทยที่มีต่อรองเท้าแตะ โดยใช้สีสันที่โดนใจกลุ่มลูกค้าคนในประเทศ แค่เห็นก็รู้แล้วว่าเป็นของ Ving เป็นจุดขาย
"เราน่าจะเป็นแบรนด์รองเท้าแตะเจ้าแรกของโลก ที่มีทีมวิ่งเป็นของตัวเอง ซึ่งเรามีนักวิ่งอีลิทบางคน ที่ใช้รองเท้าแตะของเราไปล่าถ้วยในรายการต่าง ๆ มาได้ แสดงให้เห็นว่า รองเท้าฝีมือคนไทย โรงงานไทย ก็มีดีไม่แพ้ใคร"
"แต่หลัก ๆ คือเราอยากให้ Ving Thailand เป็นรองเท้าที่คนไทยใส่แล้ว เปลี่ยนมุมมองการออกกำลังกายให้ สนุก และสบาย ไม่จำเป็นต้องเสียเงินทองเยอะ หรือทนกับการบาดเจ็บเสมอ เพราะถ้าเราสนุก เราก็จะทำมันออกได้ดี" วาที กล่าวทิ้งท้าย
สัมภาษณ์ / เรียบเรียงโดย : อลงกต เดือนคล้อย (alongwrite)
ภาพประกอบ : ภราดร ภราดร
#StandForAll #Running #Marathon #รองเท้าแตะ #วิ่ง Ving Thailand : Marathon Sandal - รองเท้าแตะวิ่งมาราธอน


