"ถ้าเราอิน เราคือตัวแทนคน 1% ของโลก"
ถอดแนวคิดการปั้นแบรนด์ VING ให้โกอินเตอร์จากเวที The Secret Sauce
"ถ้าอย่างน้อยๆ มีเรา 1 คนที่อินและได้ประโยชน์จากมัน ผมว่าเราคือตัวแทนคน 1% ของโลก แปลว่าเราจะมีลูกค้าอีก 1% ของคนทั่วโลก ซึ่งแค่นั้นตลาดก็ใหญ่พอแล้ว"
นี่คือประโยคทรงพลังจาก คุณเว-วาที วิชนิช ผู้ก่อตั้งและ CEO ของแบรนด์ VING (วีอิ้ง) ที่ได้ให้สัมภาษณ์ไว้ในรายการ The Secret Sauce ประโยคนี้ไม่ได้เป็นเพียงแค่วาทกรรมปลุกใจ แต่คือแกนกลางแห่ง แนวคิดปั้นแบรนด์ ที่พลิกโฉมนวัตกรรม แบรนด์รองเท้าไทย ให้สามารถก้าวออกไปผงาดบนเวทีโลกได้อย่างเต็มภาคภูมิ ท่ามกลางกระแสการแข่งขันของแบรนด์ยักษ์ใหญ่ การเลือกที่จะไม่ทำสินค้าเพื่อเอาใจคน "ทุกคน" แต่เจาะจงไปที่การแก้ปัญหาให้คนกลุ่มเล็กๆ กลับกลายเป็นกุญแจสำคัญที่ปลดล็อกศักยภาพทางธุรกิจ
บทความนี้จะพาคุณไปถอดบทเรียนทางธุรกิจสุดเข้มข้น เจาะลึก The Secret Sauce VING ว่าทำไม รองเท้าแตะวิ่งโกอินเตอร์ ที่เกิดจากความเจ็บปวดบนลู่วิ่งเพียงครั้งเดียว ถึงสามารถยกระดับเป็นนวัตกรรมที่แก้ปัญหา โรครองช้ำ ให้กับนักวิ่งทั่วโลก และขยายฐานแฟนคลับไปถึงต่างประเทศได้อย่างแข็งแกร่ง
💡 Business Insight:
ความสำเร็จของการพาสินค้าไป Go Global ไม่ได้อยู่ที่การมีต้นทุนมหาศาลเสมอไป แต่อยู่ที่การทำโปรดักต์ให้ "ดีจนคนไม่ตั้งคำถามว่ามันมาจากไหน" และกล้าที่จะนำนวัตกรรมนั้นไปท้าชนในเวทีที่ยากที่สุด เพื่อสร้างมาตรฐานใหม่ให้กับวงการ
สารบัญ: ถอดรหัสความสำเร็จ VING สู่แบรนด์ระดับโลก
- 1. จากวิกฤต "รองเท้ากัด" สู่จุดกำเนิดแบรนด์รองเท้าไทยระดับโลก
- 2. ทฤษฎีตัวแทนคน 1%: ทำไมความ "อิน" ถึงสร้างตลาดมหาศาลได้?
- 3. ปั้นรองเท้าแตะวิ่งโกอินเตอร์ ด้วยคุณภาพที่ทลายกำแพงโลเคชั่น
- 4. นวัตกรรมที่มากกว่าแฟชั่น: คำตอบของ Recovery Shoes สำหรับสายสุขภาพ
- 5. จิตวิญญาณแห่งการเติบโต ไกลกว่าแค่คำว่าบ้านเกิด
1. จากวิกฤต "รองเท้ากัด" สู่จุดกำเนิดแบรนด์รองเท้าไทยระดับโลก
ธุรกิจที่ยิ่งใหญ่หลายแห่งบนโลกใบนี้ มักถือกำเนิดขึ้นจาก Pain Point ที่ฝังลึกและยังไม่มีใครลงมือแก้ปัญหาอย่างจริงจัง สำหรับ VING สารตั้งต้นของนวัตกรรมไม่ได้เกิดขึ้นในห้องแล็บทดลองที่สวยหรู แต่เกิดขึ้นบนสนามแข่งขันที่เต็มไปด้วยหยาดเหงื่อและความเจ็บปวด ย้อนกลับไปเมื่อครั้งที่ผู้ก่อตั้งแบรนด์ได้เดินทางไปเข้าร่วมแข่งขันวิ่งมาราธอนในต่างประเทศ เขาได้เตรียมพร้อมทั้งร่างกายและสวมใส่รองเท้าผ้าใบวิ่งราคาแพง ทว่าเมื่อการแข่งขันดำเนินไปได้เพียงครึ่งทาง รองเท้าคู่เก่งกลับทรยศด้วยการบีบรัดหน้าเท้าและ "กัด" อย่างรุนแรงจนเกิดแผลพุพอง
ในนาทีที่ความเจ็บปวดทางร่ายกายพุ่งสูงสุด แต่จิตวิญญาณนักวิ่งยังปฏิเสธที่จะยอมแพ้ เขาตัดสินใจแวะร้านค้าริมทางเพื่อซื้อ "รองเท้าแตะ" ธรรมดาๆ มาเปลี่ยนใส่แก้ขัด และปาฏิหาริย์ก็เกิดขึ้นเมื่อเขาสามารถสวมรองเท้าแตะคู่นั้นวิ่งต่อไปจนจบระยะมาราธอน 42.195 กิโลเมตรได้อย่างเหลือเชื่อ! ประสบการณ์เฉียดตายบนลู่วิ่งครั้งนั้นได้จุดประกายความคิดที่ว่า "หากเราสร้างรองเท้าแตะที่หน้าเท้าเปิดโล่ง ไม่อึดอัด แต่แฝงเทคโนโลยีการซัพพอร์ตแรงกระแทกเหมือนรองเท้าวิ่งชั้นนำระดับโลก มันจะช่วยชีวิตนักวิ่งได้อีกมากมายขนาดไหน?" และนั่นคือหมุดหมายแรกของการระดมทุน ค้นคว้า และออกแบบจนกลายมาเป็น รองเท้าแตะวิ่ง แบรนด์ VING ในปัจจุบัน
2. ทฤษฎีตัวแทนคน 1%: ทำไมความ "อิน" ถึงสร้างตลาดมหาศาลได้?
แนวคิดปั้นแบรนด์ ที่ถูกหยิบยกมาพูดถึงในรายการ The Secret Sauce คือหลักการ "ตัวแทนคน 1%" ในโลกธุรกิจยุคเก่า แบรนด์มักจะถูกสอนให้ทำสินค้าเพื่อคนกลุ่มใหญ่ (Mass Market) เพื่อกวาดส่วนแบ่งให้ได้มากที่สุด แต่ VING เลือกทางเดินที่แตกต่างออกไป นั่นคือการตอบโจทย์คนกลุ่มเล็กๆ (Niche Market) แต่มีความหลงใหลและมีปัญหาที่ต้องการการเยียวยาอย่างลึกซึ้ง
เมื่อ VING ประกาศว่าจะทำรองเท้าแตะสำหรับการวิ่งระยะไกล ในช่วงแรกหลายคนมองว่าเป็นเรื่องที่ผิดแปลกไปจากบรรทัดฐาน แต่เพราะทีมงาน VING เป็นนักวิ่งที่ "อิน" กับปัญหานี้จริงๆ พวกเขาจึงรู้ว่า นักวิ่งมือใหม่ ที่กล้ามเนื้อยังไม่แข็งแรง หรือนักวิ่งอัลตร้ามาราธอนที่เจอปัญหารองเท้าบีบหน้าเท้าจนเล็บม่วงนั้นมีอยู่จริง การทำสิ่งที่ตัวเองหลงใหลทำให้แบรนด์มีความใส่ใจในรายละเอียด (Attention to Detail) ขั้นสุดยอด ตั้งแต่องศาของสายรัดไปจนถึงการกระจายน้ำหนัก เมื่อสินค้าถูกปล่อยออกไป กลุ่มคน 1% ที่มีปัญหาเดียวกันจึงตอบรับอย่างบ้าคลั่ง เกิดเป็นคอมมูนิตี้ที่เหนียวแน่น และเป็นกระบอกเสียงที่ทรงพลังที่สุดในการขยายตลาด
3. ปั้นรองเท้าแตะวิ่งโกอินเตอร์ ด้วยคุณภาพที่ทลายกำแพงโลเคชั่น
อีกหนึ่ง The Secret Sauce VING ที่ถูกพูดถึงคือประเด็นเรื่องข้อจำกัดทางทำเลที่ตั้ง คุณเวได้พิสูจน์ให้เห็นว่า การทำธุรกิจในยุคดิจิทัล "เราไม่ได้เสียโอกาสเพราะโลเคชั่น แต่เราเสียโอกาสเพราะเราไม่พร้อมเอง" แม้จะบริหารงานจากภูมิภาคอย่างจังหวัดขอนแก่น แต่ด้วย Global Mindset ตั้งแต่วันแรก ทำให้ VING มุ่งมั่นพัฒนาระบบหลังบ้าน ซัพพลายเชน และคุณภาพสินค้าให้พร้อมแข่งขันในระดับสากล
ผลลัพธ์ของความมุ่งมั่นนี้ ทำให้ปัจจุบัน VING กลายเป็น รองเท้าแตะวิ่งโกอินเตอร์ ที่มีฐานลูกค้าต่างชาติที่แข็งแกร่ง และมี Partner ที่ทำตลาดในต่างประเทศ อย่างจริงจัง นวัตกรรมของแบรนด์ไทยได้รับการยอมรับเมื่อนักวิ่งระดับอีลีทชาวเคนญ่า เลือกสวมใส่ VING และคว้าแชมป์ในงานมาราธอน สร้างปรากฏการณ์ไวรัลไปทั่วโลก ยิ่งไปกว่านั้น คุณภาพระดับโลกของ VING ยังไปเตะตาชาวต่างชาติ อย่างกลุ่มผู้ใช้งานในประเทศญี่ปุ่น ที่เริ่มนำ VING ไปประยุกต์ใส่ในงานคอนเสิร์ตหรือมิวสิคเฟสติวัล ซึ่งต้องยืนนิ่งๆ และกระโดดเป็นเวลานานหลายชั่วโมง จนเกิดเป็นกระแสรีวิวถึงความสบาย ไม่ปวดฝ่าเท้า เป็นการขยายฐานตลาดจากกลุ่มนักกีฬา สู่กลุ่มไลฟ์สไตล์แฟชั่นได้อย่างไร้รอยต่อ
4. นวัตกรรมที่มากกว่าแฟชั่น: คำตอบของ Recovery Shoes สำหรับสายสุขภาพ
เมื่อต้องแข่งขันบนเวทีโลกที่มีคู่แข่งแบรนด์ยักษ์ใหญ่มากมาย VING ไม่ได้สู้ด้วยดีไซน์เพียงอย่างเดียว แต่สู้ด้วย "นวัตกรรมวัสดุศาสตร์" (Material Science) และ "ชีวกลศาสตร์" (Biomechanics) ปัญหาใหญ่ที่สุดของ นักวิ่งมือใหม่ รวมถึงผู้ที่ต้องยืนทำงานนานๆ คืออาการเจ็บส้นเท้า หรือที่เรารู้จักกันในชื่อ โรครองช้ำ (Plantar Fasciitis)
- 🧬 การซัพพอร์ตอุ้งเท้า (V-Shape Arch Support): VING ถูกออกแบบมาให้เป็น Recovery shoes อย่างแท้จริง มีการเสริมสัดส่วนเว้าโค้งรับกับอุ้งเท้ามนุษย์ ช่วยกระจายแรงกดทับจากส้นเท้าไปยังหน้าเท้าอย่างสมดุล ลดการตึงรั้งของพังผืดใต้ฝ่าเท้าได้อย่างตรงจุด
- 🧪 วัสดุ Compound EVA ลิขสิทธิ์เฉพาะ: แตกต่างจากรองเท้าโฟมทั่วไป โฟมของ VING ไม่ได้แค่นุ่มยวบ แต่ถูกปรับแต่งให้มีแรงสะท้อนกลับ (Responsiveness) ที่ช่วยส่งแรงไปข้างหน้า และดูดซับแรงกระแทก (Cushioning) ได้ในเวลาเดียวกัน ทำให้กล้ามเนื้อไม่ต้องทำงานหนัก
- 🌬️ การฟื้นฟูหลังกิจกรรมหนัก (Active Recovery): ไม่ว่าจะเป็นการวิ่งมาราธอน หรือการยืนทำงานตลอดวัน การเปลี่ยนมาสวม VING จะช่วยให้เท้าได้พักผ่อน ระบายอากาศ และลดอาการบวมของฝ่าเท้าได้อย่างรวดเร็ว
5. จิตวิญญาณแห่งการเติบโต ไกลกว่าแค่คำว่าบ้านเกิด
ในงานอีเวนต์ใหญ่ The Secret Sauce Business Weekend ที่จัดขึ้น ณ จังหวัดขอนแก่น VING ได้ตอกย้ำให้เห็นถึงจิตวิญญาณของ แบรนด์รองเท้าไทย ที่ไม่เคยหยุดพัฒนา แม้จะเริ่มต้นจากจุดเล็กๆ แต่ด้วยวิสัยทัศน์ที่มุ่งเน้นการแก้ปัญหาที่แท้จริง ทำให้วันนี้ VING กลายเป็นความภาคภูมิใจที่พิสูจน์แล้วว่า "นวัตกรรมของคนไทย ดีพอที่จะแข่งขันและชนะใจคนทั้งโลกได้"
ปัจจุบัน VING ไม่เพียงแต่มุ่งมั่นในด้านผลิตภัณฑ์ แต่ยังให้ความสำคัญกับประสบการณ์ของผู้ใช้งานในทุกๆ มิติ (User Experience) เพื่อรองรับการเติบโตอย่างยั่งยืน การทำธุรกิจให้สำเร็จจึงไม่ใช่แค่การขายของ แต่คือการส่งมอบ "คุณค่า" ที่ทำให้ชีวิตของผู้คนดีขึ้น และตราบใดที่ยังมีคนเพียง 1% ที่ต้องการอิสระในการก้าวเดิน VING ก็พร้อมที่จะเป็นตัวแทนยืนหยัดเคียงข้างคนกลุ่มนั้นตลอดไป
ร่วมเป็น 1% ที่ค้นพบอิสระแห่งการเคลื่อนไหวไปกับ VING
พบกับประสบการณ์บนเว็บไซต์ที่ได้รับการปรับโฉมใหม่ (Redesign) เพื่อให้คุณเลือกช้อปรุ่นที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ได้ง่ายและสะดวกรวดเร็วยิ่งขึ้น ไม่ว่าจะใส่วิ่งมาราธอน ยืนทำงาน หรือพักฟื้นฝ่าเท้า เรามีครบทุกความต้องการ!
คลิกเลือกรุ่นที่ใช่ สั่งซื้อโดยตรงผ่านลิงก์ด้านล่างได้ทันที:
*ลูกค้าชาวไทยสามารถช้อปผ่าน Shopee, Lazada, TikTok Shop หรือสัมผัสสินค้าจริงได้ที่ หน้าร้านตัวแทนจำหน่าย ทั่วประเทศ
แหล่งอ้างอิงและบรรณานุกรม (References):
- THE SECRET SAUCE EP.967: Paweenee’s - VING - BWILD ISAN แบรนด์อีสาน โตไกลกว่าบ้านเกิด ทำได้อย่างไร (สัมภาษณ์คุณวาที วิชนิช ประเด็นเรื่องแนวคิดธุรกิจและ Global Mindset)
- The Secret Sauce Business Weekend 2026 งานสัมมนาผู้ประกอบการและเทรนด์ธุรกิจ ณ จังหวัดขอนแก่น
- ข้อมูลนวัตกรรมชีวกลศาสตร์ (Biomechanics) และการบรรเทาโรครองช้ำ จากฝ่ายวิจัยและพัฒนา VING Thailand


